เงิน 4000+ บาท

posted on 31 Oct 2007 14:01 by businet

จาก entry ที่แล้ว

ก็ขอขอบคุณหลายคนที่เข้ามาช่วยเสนอแนะแนวทาง

หลังจากที่ผมได้ไปคิดต่อและก็ได้ไปพูดคุยเรื่องนี้กับเพื่อนสัก 2-3 คน

แต่ละคนก็มีแนวทางในแก้ปัญหาในหลายๆรูปแบบ 

พอจะสรุปแนวทางได้บ้างว่า
1. ต้องหางานเพิ่ม เงินเพิ่ม ที่นอกเหนือเวลางานปกติ ใช้เวลาให้คุ้มค่า
2. หาทางประหยัดรายจ่ายในหลายๆทาง โดยเฉพาะ ที่พักอาศัย
3. เก็บเงินก้อนไว้เพื่อทำทุน อาจจะสัก 3-5 ปีหรือแล้วแต่จำนวนเงินที่ต้องใช้ลงทุน


และจากที่ได้ไปคุยมา

เพื่อนสนิทคนนึงเล่าให้ฟังว่า
มีเพื่อนคนนึงสมัยเรียนมหาวิทยาลัยได้ไป "ทำงานและท่องเที่ยว" ทำ 3 งานใน 1 วัน
เช้า ส่งนสพ. กลางวัน งานทั่วไป เย็น ไปบรรจุซองในโรงงานชอคโกแลต
ทำไป 3 งาน ก็เก็บเงินได้มากอยู่

มีบังแถวบ้านมาส่งนสพ.แต่เช้า และพอส่งเสร็จก็ไปเฝ้าโรงงาน
แถมโรงงานที่จ้างบังเฝ้า ยังให้บังพักอาศัยไปด้วย เท่ากับว่า ทั้งได้เงินเพิ่มและประหยัดที่อยู่อาศัย 

น้องคนนึงเสนอว่า หากทำงานช่วงเย็นไม่ได้(6โมง-4ทุ่ม) ก็ให้นอนแต่หัวค่ำแล้วตื่นเช้า ตี 3 ออกไปทำงานสะพานปลา แล้วก้มาเข้างานปกติ
หรือ เช้าขายปาท๋องโก๋ กลางวันทำงานปกติ และก็ เย็นขายขนมหวาน (แต่ก็ท่าทางจะเหนื่อยมาก)  

หรือเท่าที่ผมเคยเห็นมา คนทำงานออฟฟิศ
พอตกเย็นก็ไปเปิดร้านขายของที่สวนลุมไนท์บาซาร์ หรือก็ไปขายของที่จตุจักรในวันเสาร์ อาทิตย์
หรือก็ทำเว็บขายสินค้าทางออนไลน์ (เท่าที่ทราบมา บางรายเกือบเที่ยงคืน ลูกค้ายังโทรมาสั่งสินค้า)
หรือที่เมืองนอกทำกันก็ เขียนบลอคให้มีคนอ่านประจำ แล้วนำโฆษณามาติดไว้

เท่าที่พอจะนึกออกก็ประมาณนี้

แต่สำหรับคนที่มีเงินเดือน 6000 คงต้องคิดต่อไปว่า
จะต้องยิ้มสู้และจิตใจแข็งแกร่งขนาดไหนในการเก็บเงินและประหยัดค่าใช้จ่าย
ความรู้ก็ไม่ค่อยจะมี จะเก็บเงินไปทำทุน ลงทุนอะไรดี
และที่สำคัญ ถ้ามีลูกขึ้นมา 1 คน เงินที่เก็บไว้ก็หายไปได้เลย ทั้งค่านม และค่าเล่าเรียนในอนาคต

จากส่วนหนึ่งใน entry ที่แล้ว

มันจะมีมั้ยที่

เงินค่าเช่า จะเปลี่ยนเป็นเงินผ่อนที่อยู่อาศัย เดือนละ 2000 (ต้องผ่อนกี่ปี และหาได้ทีไหน)
เงินค่าอาหารจะเหลือเพียงมื้อละ 10 บาท
และเงินที่เพิ่มขึ้นจากงานที่นอกเหนือเวลางาน (ช่วง 6 โมงเย็น - 4 ทุ่ม)

มันเคยมี
บ้านเอื้ออาทร
อาหารธงฟ้าราคา 10 บาท
30 บาทรักษาทุกโรค (ล้วนแล้วแต่ช่วยในการประหยัดรายจ่าย)
สนับสนุนให้ บริษัทต่างๆรับเด็กมหาวิทยาลัย เข้าทำงาน ในช่วงปิดเทอม(ไม่ใช่ฝึกงานนนะครับ)
มีกองทุนหมู่บ้าน

และที่น่าจะมีก็คือ ศูนย์เรียนรู้และศึกษาด้วยตนเอง(ห้องสมุด) ที่รองรับกลุ่มคนระดับล่างและกลาง-ล่าง
เพื่อที่จะได้เรียนรู้การนำทุนก้อนเดียวที่มีอยู่ ไปลงทุนโดยเสียหายน้อยที่สุด
หรือศึกษาเพิม่เติมนอกเหนือเวลางาน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
หรือแม้กระทั่งหนังสือในท้องตลาดทุกวันนี้ ก็มีแต่หนังสือการตลาดขององค์กร

มันไม่มีเหรอครับ หนังสือที่ว่า "เอาชนะ การหาเช้ากินค่ำ" "สูตรเด็ด การตลาดพ่อค้าแม่ค้า"

โดยในการจะหาเงินเพิ่มขึ้นมานั้น นอกจากจะหางานเพิ่ม ประหยัดรายจ่าย เก็บเงินไว้ทำทุน
และเราคงต้องบอกตัวเองไว้เสมอว่า
หากเราพอเพียงในวันนี้แล้วนั้น เราจะยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างไร

และสำหรับลูกจ้างที่เป็นคนต่างด้าวนั้น
เมื่อหางานได้แล้ว ในเวลาทำงาน ก็ต้องทำงานให้ดีที่สุด 
มาเช้ากว่าเวลาเข้างาน พักเที่ยงกินข้าวเสร็จ ก็มาเฝ้าร้านต่อ (ไม่ได้รอครบชั่วโมง) ต้องขยันให้มาก

ด้วยความกลัวในการเป็นต่างด้าวที่ว่า 

งานนั้นหายากหลือเกิน และไม่รู้ได้ว่าร้านไหนจะรับตนเข้าทำงานบ้าง
   

edit @ 31 Oct 2007 15:12:23 by chim

edit @ 21 Dec 2007 17:31:34 by chim